Bangpakok Hospital
  • A
  • A
  • A
BPK Hotline

นอนกรน เสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ

12 ก.พ. 2569

นอนกรน เสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ

     อาการนอนกรนที่เกิดในทุกเพศและวัยอาจเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA), ซึ่งส่งผลกระทบต่อการนอนหลับและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง การรู้เรื่องสาเหตุ, สัญญาณ, และการรักษาที่เหมาะสมจึงสำคัญเพื่อสุขภาพการนอนหลับที่ดีและป้องกันปัญหาสุขภาพระยะยาว

 

นอนกรน เสียงรบกวนยามค่ำคืน สัญญาณเตือนภัยร้าย!

สาเหตุของการนอนกรน

นอนกรนเกิดจากการหดตัวและสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อในช่องปากและคอ เมื่ออากาศผ่านทางเดินหายใจที่แคบลง, ซึ่งอาจทำให้เกิดเสียงกรนดัง หากสงสัยว่า “นอนกรนเกิดจากอะไร?” อาการนี้สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ดังนี้

  1. โครงสร้างทางเดินหายใจ
  • โพรงจมูกแคบหรือผนังกั้นจมูกคด ทำให้หายใจลำบาก
  • ต่อมทอนซิลโต หรือ ลิ้นไก่ยาวผิดปกติ ทำให้ช่องลำคอแคบลง
  1. น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
  • ไขมันรอบลำคอ สามารถกดทับทางเดินหายใจ ทำให้เกิดเสียงกรน
  • ผู้ที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) สูง เพิ่มความเสี่ยงในการนอนกรน
  1. การดื่มแอลกอฮอล์ และการใช้ยานอนหลับ
  • แอลกอฮอล์และยานอนหลับ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณลำคอหย่อนตัวมากขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการนอนกรนได้ง่ายขึ้น
  1. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea: OSA)
  • ทำให้เกิดเสียงกรนดังและหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ขณะนอนหลับ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  1. ท่านอนที่ผิดปกติ
  • การนอนหงาย ทำให้ลิ้นตกไปด้านหลังและขวางทางเดินหายใจ เป็นสาเหตุหนึ่งของ นอนกรน

 

ผลกระทบของการนอนกรน

การนอนกรนมีผลกระทบทั้งต่อผู้ที่ประสบปัญหานี้และคนใกล้ชิด เนื่องจากอาจทำให้การนอนหลับไม่เพียงพอ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวอย่างเช่น การรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างต่อเนื่องและเกิดความเครียด ปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้คุณภาพชีวิตลดลง แต่ยังอาจนำไปสู่ผลกระทบที่รุนแรงขึ้นต่อสุขภาพจิตและร่างกายในระยะยาว

 

เสียงกรน : ดัง เบา หยุดหายใจ

เสียงกรนมีระดับความดังที่หลากหลาย, ตั้งแต่เบาจนถึงระดับดังมาก, และอาจบ่งบอกถึงสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้น เช่น การหยุดหายใจชั่วคราวหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA), ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบ วินิจฉัย และรักษาอย่างทันท่วงทีเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อสุขภาพ

 

นอนกรน อันตราย : เสี่ยงต่อโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง

การนอนกรนอาจทำให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากภาวะหยุดหายใจชั่วคราวขณะนอนหลับซึ่งก่อให้เกิดความเครียดแก่ระบบหัวใจ การจัดการกับอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจชั่วคราวจึงมีความสำคัญในการป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพหัวใจ

 

นอนกรน แก้ยังไง? วิธีลดอาการนอนกรน

วิธีที่ช่วยลดอาการนอนกรนอย่างมีประสิทธิภาพ มีดังนี้

  1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอน
  • เปลี่ยนท่านอน – นอนตะแคงแทนการนอนหงาย
  • ยกศีรษะสูงขึ้นเล็กน้อย – ช่วยเปิดทางเดินหายใจให้โล่งขึ้น
  • ใช้หมอนรองคอที่เหมาะสม – ลดแรงกดทับที่ลำคอ
  1. ควบคุมน้ำหนักและออกกำลังกาย
  • การลดน้ำหนักช่วยลดไขมันรอบลำคอ ทำให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้น
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อบริเวณลำคอ
  1. หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และยานอนหลับ
  • ลดการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอนอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงยานอนหลับที่อาจทำให้กล้ามเนื้อคอหย่อนตัวมากขึ้น
  1. ใช้อุปกรณ์ช่วยแก้นอนกรน
  • เครื่องอัดอากาศแรงดันบวกต่อเนื่อง (CPAP) – เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • เครื่องมือในช่องปาก (Oral Appliance Therapy) – อุปกรณ์ช่วยขยายช่องลำคอ ลดอาการกรน
  1. ปรึกษาแพทย์หากมีอาการรุนแรง
  • หากมีอาการ นอนกรนดังมาก หายใจติดขัดตอนกลางคืน ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

 

     นอนกรน อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น น้ำหนักเกิน, โครงสร้างทางเดินหายใจ, การดื่มแอลกอฮอล์ หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้  หากสงสัยว่า “นอนกรนเกิดจากอะไร?” และ “นอนกรนแก้ยังไง?”  ควรปรับพฤติกรรมการนอน ควบคุมน้ำหนัก และหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ หากอาการไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม

อย่าปล่อยให้อาการนอนกรนกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคุณ! หากคุณมีปัญหานอนกรน แนะนำให้เข้าพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อวินิจฉัยและหาวิธีรักษาที่ดีที่สุด

 

สนับสนุนข้อมูลโดย :  พญ. พัตราภรณ์ ตันไพจิตร แพทย์เฉพาะทางโสต ศอ นาสิกวิทยา, นิทรรักษ์ (โรคนอนกรน)

ศูนย์การแพทย์ : ศูนย์หู คอ จมูก  โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1745 ต่อ ศูนย์หู คอ จมูก

Go to top
Copyright © 2019 Bangpakok Hospital All rights reserved.