นอนกรน เสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ
นอนกรน เสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ
อาการนอนกรนที่เกิดในทุกเพศและวัยอาจเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA), ซึ่งส่งผลกระทบต่อการนอนหลับและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง การรู้เรื่องสาเหตุ, สัญญาณ, และการรักษาที่เหมาะสมจึงสำคัญเพื่อสุขภาพการนอนหลับที่ดีและป้องกันปัญหาสุขภาพระยะยาว
นอนกรน เสียงรบกวนยามค่ำคืน สัญญาณเตือนภัยร้าย!
สาเหตุของการนอนกรน
นอนกรนเกิดจากการหดตัวและสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อในช่องปากและคอ เมื่ออากาศผ่านทางเดินหายใจที่แคบลง, ซึ่งอาจทำให้เกิดเสียงกรนดัง หากสงสัยว่า “นอนกรนเกิดจากอะไร?” อาการนี้สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ดังนี้
- โครงสร้างทางเดินหายใจ
- โพรงจมูกแคบหรือผนังกั้นจมูกคด ทำให้หายใจลำบาก
- ต่อมทอนซิลโต หรือ ลิ้นไก่ยาวผิดปกติ ทำให้ช่องลำคอแคบลง
- น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
- ไขมันรอบลำคอ สามารถกดทับทางเดินหายใจ ทำให้เกิดเสียงกรน
- ผู้ที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) สูง เพิ่มความเสี่ยงในการนอนกรน
- การดื่มแอลกอฮอล์ และการใช้ยานอนหลับ
- แอลกอฮอล์และยานอนหลับ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณลำคอหย่อนตัวมากขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการนอนกรนได้ง่ายขึ้น
- ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea: OSA)
- ทำให้เกิดเสียงกรนดังและหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ขณะนอนหลับ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
- ท่านอนที่ผิดปกติ
- การนอนหงาย ทำให้ลิ้นตกไปด้านหลังและขวางทางเดินหายใจ เป็นสาเหตุหนึ่งของ นอนกรน
ผลกระทบของการนอนกรน
การนอนกรนมีผลกระทบทั้งต่อผู้ที่ประสบปัญหานี้และคนใกล้ชิด เนื่องจากอาจทำให้การนอนหลับไม่เพียงพอ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวอย่างเช่น การรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างต่อเนื่องและเกิดความเครียด ปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้คุณภาพชีวิตลดลง แต่ยังอาจนำไปสู่ผลกระทบที่รุนแรงขึ้นต่อสุขภาพจิตและร่างกายในระยะยาว
เสียงกรน : ดัง เบา หยุดหายใจ
เสียงกรนมีระดับความดังที่หลากหลาย, ตั้งแต่เบาจนถึงระดับดังมาก, และอาจบ่งบอกถึงสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้น เช่น การหยุดหายใจชั่วคราวหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA), ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบ วินิจฉัย และรักษาอย่างทันท่วงทีเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อสุขภาพ
นอนกรน อันตราย : เสี่ยงต่อโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง
การนอนกรนอาจทำให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากภาวะหยุดหายใจชั่วคราวขณะนอนหลับซึ่งก่อให้เกิดความเครียดแก่ระบบหัวใจ การจัดการกับอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจชั่วคราวจึงมีความสำคัญในการป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพหัวใจ
นอนกรน แก้ยังไง? วิธีลดอาการนอนกรน
วิธีที่ช่วยลดอาการนอนกรนอย่างมีประสิทธิภาพ มีดังนี้
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอน
- เปลี่ยนท่านอน – นอนตะแคงแทนการนอนหงาย
- ยกศีรษะสูงขึ้นเล็กน้อย – ช่วยเปิดทางเดินหายใจให้โล่งขึ้น
- ใช้หมอนรองคอที่เหมาะสม – ลดแรงกดทับที่ลำคอ
- ควบคุมน้ำหนักและออกกำลังกาย
- การลดน้ำหนักช่วยลดไขมันรอบลำคอ ทำให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้น
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อบริเวณลำคอ
- หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และยานอนหลับ
- ลดการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอนอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงยานอนหลับที่อาจทำให้กล้ามเนื้อคอหย่อนตัวมากขึ้น
- ใช้อุปกรณ์ช่วยแก้นอนกรน
- เครื่องอัดอากาศแรงดันบวกต่อเนื่อง (CPAP) – เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
- เครื่องมือในช่องปาก (Oral Appliance Therapy) – อุปกรณ์ช่วยขยายช่องลำคอ ลดอาการกรน
- ปรึกษาแพทย์หากมีอาการรุนแรง
- หากมีอาการ นอนกรนดังมาก หายใจติดขัดตอนกลางคืน ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
นอนกรน อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น น้ำหนักเกิน, โครงสร้างทางเดินหายใจ, การดื่มแอลกอฮอล์ หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ หากสงสัยว่า “นอนกรนเกิดจากอะไร?” และ “นอนกรนแก้ยังไง?” ควรปรับพฤติกรรมการนอน ควบคุมน้ำหนัก และหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ หากอาการไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม
อย่าปล่อยให้อาการนอนกรนกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคุณ! หากคุณมีปัญหานอนกรน แนะนำให้เข้าพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อวินิจฉัยและหาวิธีรักษาที่ดีที่สุด
สนับสนุนข้อมูลโดย : พญ. พัตราภรณ์ ตันไพจิตร แพทย์เฉพาะทางโสต ศอ นาสิกวิทยา, นิทรรักษ์ (โรคนอนกรน)
ศูนย์การแพทย์ : ศูนย์หู คอ จมูก โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1745 ต่อ ศูนย์หู คอ จมูก
